TH | EN

คนเราจะแก่เร็วหรือช้าขึ้นกับสภาพการทำงานของระบบการสร้างเซลล์ และระบบภูมิต้านทาน
(immune system)สองระบบนี้ช่วยกันทำงาน ต่อสู้ความเจ็บป่วย สารพิษและเชื้อโรคแปลกปลอม
ที่เข้าสู่ในร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอหรือถูกทำลาย อีกทั้งสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อใหม่เมื่อระบบเซลล์
และระบบภูมิต้านทานทำงานได้ดี การแก่ตัวจะเกิดขึ้นน้อยมาก แต่โดยทั่วไป ความแปรปรวนของชีวเคมี
ในร่างกายอันเนื่องจากความเครียด สารพิษจากสิ่งแวดล้อมการใช้แรงกายที่หนักหักโหมเกินกำลัง
รวมทั้งอาหารที่กิน มีส่วนสำคัญมากที่ทำให้ระบบทั้งสองเสื่อมโทรมลง ส่งผลให้แก่เร็วขึ้นการวิจัยทาง
วิทยาศาสตร์โภชนาการพบว่า เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี และซีลีเนียม สามารถต้านความชราภาพ
ได้ด้วย แอนติออกซิแดนท์เหล่านี้ช่วยป้องกันและลดความเสื่อมของเซลล์อันเนื่อง
มาจากปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ (free radicals)ธำรงความแข็งแรงของระบบเซลล์ไว้ได้นาน ดังนี้ ผลไม้ที่สารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยชะลอความแก่ ผลไม้ยังช่วยให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง ก็เท่ากับรักษา
ระบบภูมิต้านทานให้ไม่ต้องถูกใช้งานหนัก ก็เท่ากับช่วยชะลอความแก่ไปโดยปริยาย คนกินผลไม้มาก ๆ
จะเห็นผลทันตาผิวหนังจะเต่งตึงความเหี่ยวย่นจะปลาสนาการไป รูปหน้าที่สวยจริงก็จะปรากฏ
ไม่ถูกบดบังทำอัปลักษณ์ใบหน้ากางด้วยน้ำและไขมัน รอยย่นจะบางเบา นัยน์ตาจะใสและแจ่มจรัส ผลไม้มิได้ชะลอความแก่แต่ระดับผิว (เผิน) เท่านั้น เพราะผิวเป็นเพียงตัวบ่งบอกสุขภาพคนกินผลไม้มากจะมีโคเลสเตอรอลพอเหมาะ ความดันโลหิตพอดี ตับไตแข็งแรง ทั้งหมดนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่อผิวพรรณดังนั้น สุขภาพ ผิวพรรณ ความงาม และการชะลอความแก่จึงเป็นเรื่องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาก นอกจากนั้น วิตามินซีและวิตามินเอยังช่วยให้ผิดเต่งตึงมีน้ำมีนวลโดยตรงอีกด้วย ผลไม้ช่วยรักษาอาการเสื่อมสภาพบางอย่างอันเนื่องมาจากวัยได้ เช่น กินผลไม้ช่วยในสมรรถภาพทางเพศไม่เสื่อมเร็ว ช่วยป้องกันอาการหลงลืมตามวัย เป็นต้น ในด้านสุขภาพผู้หญิง มีรายงานว่าวิตามินซีและ ไบโอฟลาโวนอยด์(bioflavonoids) ในผลไม้ตะกูลส้ม(ที่ไส้หรือแกนของกลีบผล)
ช่วยลดการเสียเลือดประจำเดือนให้น้อยและสั้นลงจนไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

การกินผลไม้ให้มากเป็นวิการลดน้ำหนักที่ได้ผลดี เพราะร่างกายยังได้รับสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอย่างพอเพียง
จากผลไม้ที่กินได้มากเท่าที่ต้องการ ร่างกายยังแข็งแรง ขณะที่น้ำหนักตัวลดลงได้ดังปรารถนา ในคนอ้วน กระเพาะอาหารได้ถูกกระตุ้นจนติดนิสัยชอบหลั่งน้ำย่อย ทำให้รู้สึกหิวบ่อย ๆทว่าแม้จะกินจุ ร่างกายกลับยังคงขาดแร่ธาตุ
และวิตามินที่จำเป็นอยู่ ทำให้เกิดแรงกระตุ้นอยากกิน การลดนำน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารเป็นการหัก
หาญร่างกาย ซึ่งนอกจากจะไม่สำเร็จถาวรแล้ว ยังทำให้เครียด สุขภาพจิตเสียเอาได้ตรงกันข้าม การหันมากินผลไม้เป็นหลัก ไม่แตกหักกับระบบย่อยอาหารที่นิสัยเสียอยู่แล้วในทันที ผลไม้ยังช่วยให้ระบบร่างกายอื่น ๆสามารถทำงานได้สมบูรณ์มาก
ขึ้นอีก ผลรวมที่เกิดจึงเป็นน้ำหนักลด แต่จิตใจสดชื่น อารมณ์ดี แถมร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้นอีก ผลไม้นอกจาก
ให้วิตามินและแร่ธาตุอย่างอุดมแล้ว ยังมีเส้นไยที่ช่วยให้หนักท้อง และเป็นผลดีต่อการทำงานของลำไส้ ยิ่งกว่านั้น
เส้นใยจากผลไม้ยังช่วยขับพิษ (toxin) และสารตกค้างสะสมที่ผนังลำไส้ออกไปได้อีกด้วย สิ่งตกค้างเหล่านี้หากไม่ถูกขับออก จะส่งผลให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย

ในน้ำผลไม้สดๆจะอุดมไปด้วยเอ็นไซม์ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะช่วยเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารจึง ส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เอ็นไซม์จากพืช นี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการ Electrolytes ซึ่งจะช่วยให้ ของเหลวไหลเวียนไปทั่วร่างกายอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และมีประสิทธิภาพ ถ้าในแต่ละวัน คุณดื่มน้ำผลไม้ให้ได้สัก 2 ชนิด ร่างกายก็จะได้รับสาร อาหารที่จำเป็นมากมาย ทั้งสารแอนตี้ - อ๊อกซิแดนท์ วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยขับสารพิษ เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันภาวการณ์อักเสบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด เนื้องอก น้ำผลไม้ยังช่วยในเรื่องของการทำให้สะอาด ย่อย และขจัดของเสีย นอกจากนั้นกรดที่มีอยู่ในพืช สารเพคติน และเอ็นไซม์ ยังช่วยรักษาความสมดุลของความเป็นกรดและด่างอีกด้วย ในยามที่ร่างกายเจ็บป่วย น้ำผลไม้ก็เป็นเครื่องดื่มที่ย่อยง่าย และช่วยเสริมกำลังวังชาให้กับผู้สูงอายุ หรือคนที่รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง อีกทั้งช่วยให้คนไข้หลังผ่าตัดฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

*** สำหรับผู้ที่ลดความอ้วน การดื่มน้ำผลไม้สดวันละ 1 -2 แก้ว จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ชดเชยส่วนที่ขาดไป

* อย่าใช้ผลไม้ที่ไม่มีคุณภาพ เช่น ผลไม้เสีย ผลไม้ใกล้เน่า มีรอยตำหนิช้ำดำ หรือผลไม้ฝานที่เหลือค้างจากมื้ออื่น เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการหมักซึ่งไม่เป็นผลดีกับระบบย่อยอาหารของเราเลย
ทั้งทำให้เกิดลมในท้อง เรอ จุกเสียด และปวดท้องอย่างรุนแรง ได้ไม่คุ้มเสียอย่างนี้ สู้ยอมควักสตางค์จ่ายเพิ่มขึ้นอีกนิดซื้อผลไม้สวยๆ สดๆ ดีกว่าค่ะ
* ทางที่ดีไม่ควรผสมน้ำผลไม้เข้ากับน้ำผัก เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการหมักขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น น้ำแอปเปิลและน้ำผักบางชนิด เช่น แครอท และ ขึ้นฉ่าย สามารถจะผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่นๆ
ได้โดยไม่มีผลข้างเคียง ส่วนมะเขือเทศซึ่งเป็นผลไม้ก็สามารถผสมกับน้ำผักได้เช่นกัน
* ผักที่ซื้อมาจากร้าน ต้องล้างให้สะอาดจริงๆ ก่อนที่จะนำมาใช้ ไม่อย่างนั้นคุณอาจดื่มเอาเชื้อโรคเข้าไปด้วย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายจนถึงขั้นรุนแรงได้
* น้ำผลไม้ควรจะทำขึ้นอย่างสดใหม่ทุกครั้งและพยายามดื่มทันทีที่ทำเสร็จ ไม่ควรทิ้งค้างเอาไว้นานเกินไป
* น้ำแครอทจะให้พลังงานแก่ร่างกายเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงไม่ควรดื่มในตอนกลางคืนหรือใกล้เวลานอน เพราะจะทำให้นอนหลับไม่สบายได้
* ถ้าแน่ใจว่าระบบย่อยอาหารของคุณดีพอ การดื่มน้ำผลไม้ผสมหรือน้ำผักผสม ก็เปรียบเสมือนการให้ยาบำรุงขนานเอกแก่ร่างกายทีเดียว แต่สำหรับคนที่ระบบการย่อยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คนที่เลือกอาหาร
หรือคนที่พะอืดพะอมได้ง่าย เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจะปลอดภัยกว่าค่ะ
* แม้ว่าการดื่มน้ำผลไม้จะดีกับร่างกาย แต่ก็ควรรับประทานผัก ผลไม้สดควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารที่เป็นกากใย (ไฟเบอร์) อย่างเพียงพอ ซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการขับถ่ายของเสีย

1. แบคทีเรียแลคติคผลิตเอนไซม์เพื่อย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมให้เป็นกรดแลคติค เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาที่ไม่สามารถย่อย แลคโตสจากการบริโภคน้ำนมธรรมดาทำให้ท้องอืดและท้องเฟ้อ 2. โยเกิร์ตรักษาอาการท้องเสีย ในลำไส้มนุษย์อุดมด้วยเชื้อโรคนานาพันธ์ เชื้อในลำไส้มีสารพัด บ้างก็เป็นประโยชน์ เช่น ช่วยสร้าง วิตามินเค แต่บางชนิดก็เป็นโทษ เช่น ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เชื้อโรคเหล่านี้จะคุมกำลังกันอยู่ในสภาพสมดุล หากลำไส้ถูกทำให้เสียสมดุล เชื้อโรคก็จะทำให้เกิดอาการท้องเสียทันที โดยเฉพาะเชื้ออีโคไล ในเด็กทารก และเมื่อทานโยเกิร์ตลงไป จุลินทรีย์ในโยเกิร์ต จะช่วยปรับสมดุลให้กลับคืนมาในเวลาอันรวดเร็ว และโยเกิร์ตก็ยังสามารถป้องกันอาการท้องเดินได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กทารก
3. โยเกิร์ตช่วยยกระดับภูมิคุ้มกันโรค โยเกิร์ตไม่เพียงป้องกันและรักษาโรคได้ด้วยฤทธิ์ที่เป็นยาฆ่าเชื้อเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติกระตุ้น ภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้นด้วย และโยเกิร์ตยังช่วยกระตุ้นการสร้างแอนติบอี้และสารต้านโรคอื่น ๆ เพิ่มปริมาณอินเตอร์เฟอรอนให้เป็น 3 เท่า (อินเตอร์เฟอรอนเป็นสารเคมีที่ร่างกายสร้างโดยธรรมชาติ มันจะช่วยต่อสู้กับโรคติดเชื้อหลายชนิด)
4. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งบริเวณเนื้อเยื่อกระดูก
5. โยเกิร์ตกับแผลในกระเพาะ โยเกิร์ตอุดมด้วยสารไขมันธรรมชาติที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนที่เรียก พรอสตาแกลนดิน อี 2 ซึ่งทำหน้าที่ช่วยปกป้องผนังกระเพาะ จากสารกระตุ้นหลายตัว เช่น แอลกอฮอล์และบุหรี่ ปัจจุบันพรอสตาแกลนดิน อี2 สังเคราะห์จำหน่ายเป็นยารักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร โยเกิร์ตสักถ้วยขณะท้องว่างย่อมเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่มีแผลในกระเพาะดีกว่าการไม่ทานอะไรเลย
6. ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด
วีทกราส หรือต้นข้าวสาลีอ่อน ที่ได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่จะมีคลอโรฟิลสูงถึง 70%
คลอโรฟิลล์เป็นพลังอันบริสุทธิ์ จากธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด สร้างเม็ดเลือดแดง ฟอกเลือดและเพิ่มพลังชีวิต อีกทั้งช่วยขับสารพิษในร่างกาย ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ กำจัดสารอ๊อกซิแดนซ์
ในเลือด กระตุ้นขบวนการเผาผลาญอาหาร และระบบเอ็นไซม์ในร่างกาย ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานเป็นปกติ นอกจากนี้ยังปลอดภัยจากเชื้อราที่เกิดจากการปลูกในระบบโรงเรือน ซึ่งไม่ได้แสงอาทิตย์เต็มที่ งานวิจัยมากมายระบุว่าต้นข้าวสาลีอ่อนมีเบต้าแคโรทีน สารต้านมะเร็งมากมาย เช่น กรดแอบซิลิค วิตามินบี และวิตามินซีในปริมาณสูง โดยเฉพาะต้นข้าวสาลีอ่อนที่ปลูกในฤดูหนาวถึง 4 เดือน ซึ่งจะสะสมธาตุอาหารเพื่อการอยู่รอด รวมถึงคลอโรฟิลล์ต้นข้าวสาลีอ่อนที่ปลูกในพื้นดินออร์แกนิค
ในไร่ธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก จะสามารถดูดแร่ธาตุที่มีประโยชน์จากดินไว้ถึง 92 ชนิด จากแร่ธาตุในดินทั้งหมด102 ชนิด มีทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม และโปแตสเซียม ต้นข้าวสาลียังอุดมด้วยโปรตีนในปริมาณสูงเพื่อตับอ่อนจะได้นำไปใช้ในการเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลให้กลาย
เป็นพลังงาน รวมทั้งอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน ปรับสมดุลในร่างกาย เนื่องจากความเป็น
ด่างสูงจะปรับความเป็นกรดในร่างกายจากความเครียดและพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่สมดุล ต้นข้าวสาลีอ่อน
เป็นพืชที่มีกากใยอาหารสูง มีความสามารถในการอุ้มน้ำ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณในกระเพาะ ทำให้อิ่มเร็ว ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของอุจจาระ ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันจะช่วยในการขับถ่ายของเสียรวม
ทั้งสารพิษต่าง ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้จึงให้ผลเหมือนยาระบายธรรมชาติช่วยป้อง
กันโรคท้องผูกและริดสีดวงทวาร
* มีกรดอะมิโน 17 ชนิด ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว กระฉับกระเฉง ยามหลับก็ หลับสนิท ลดอาการปวดศีรษะ ไมเกรน ป้องกันความเสื่อมของระบบประสาท และปรับสมดุลของศูนย์ควบคุมความหิว
* วิตามินเอ, แคโรทีน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต่อต้านการรุกราน ของเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย แคโรทีนยังเป็นผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวพรรณที่แห้งกร้านคืนสู่ความชุ่มชื่น
* วิตามินบีรวม เป็นสารบำรุงสมอง และบำรุงระบบการทำงานของประสาท
* วิตามิน บี 1 มีประสิทธิภาพให้การบรรเทาอาการปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย โรคกระเพาะ ลำไส้อุดตัน และเหน็บชา
* วิตามิน บี 2 ช่วยให้ตับแข็งแรง และ รักษาโรคเบาหวาน
* วิตามิน บี 6 ช่วยลดการอุดตันของกระเพาะ และลำไส้
* วิตามิน ซี ต้นข้าวสาลีอ่อนมีมากกว่า ส้ม มะเขือเทศ และมันฝรั่ง ป้องกัน และ เพิ่มความแข็งแรงของผิวหนัง ฟัน เหงือก ดวงตา กล้ามเนี้อ และ ไขข้อ อีกทั้งยังช่วยไตขับสารพิษออกจากร่างกาย
* วิตามิน อี เป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นจึงป้องกัน และลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
* โอเมก้า 3 บำรุงสมอง ป้องกันภาวะเสื่อมของสมอง และ ความจำ
* โอเมก้า 6 ช่วยให้ผิวหนังสดใส และช่วยระบบสืบพันธุ์ทำงานเป็นปกติ
* โอเมก้า 9 และ แร่ธาตุ ต่างๆ
* แร่ธาตุที่สำคัญมากมาย เช่น แคลเซี่ยม ธาตุเหล็ก แมงกานีส โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดี่ยม แมกนีเซี่ยม และสังกะสี มีส่วนช่วยในการขับถ่าย ของเสียในร่างกายออกไป เสริมสร้างของใหม่เข้ามาแทนที่สังเคราะห์พิษท๊อกซิน และช่วยสร้างเม็ดเลือด
* เอ็นโซม์ สามารถแยกสังเคราะห์พิษท๊อกซิน และ ส่งสารบำรุงให้กับเซลล์ ทำให้บำรุงร่างกาย และ ย่อยสลายได้ง่ายขึ้น
ขนมปังชนิดนี้ทำมาจาก ข้าวสาลีที่ไม่ขัดขาวล้วนๆ ดังนั้นจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดจึงยังอยู่ครบ
การรับประทานขนมปังชนิดนี้จึงเปรียบได้กับการรับประทาน ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือที่มีคุณ
ค่าทางโภชนาการสูง
เป็นที่ทราบกันดีถึงความสำคัญของการรับประทานอาหารมื้อเช้า แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของครอบครัวในปัจจุบัน
ทำให้อาหารเช้าซีเรียลได้เข้ามามีบทบาท และกลายเป็นผู้ช่วยสำคัญให้แก่ครอบครัวยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะสะดวก ง่ายในการเตรียมและลงตัวเหมาะกับช่วงเวลาที่เร่งรีบ ที่สำคัญที่สุดนอกจาก คุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังมีปริมาณน้ำตาลและไขมันที่น้อยกว่าอาหารเช้าทั่วไปที่นิยมรับประทาน อาหารมื้อเช้าเป็นมื้ออาหารที่มีความสำคัญที่สุด ทุกวันที่เราตื่นขึ้นมาร่างกายต้องการพลังงานในการประกอบกิจกรรมตลอดทั้งวัน ดังนั้นถ้าเราไม่กินอาหารเช้า จะทำให้เกิดกรดและเป็นโรคกระเพาะได้ การกินอาหารเช้าไม่จำเป็นต้องกินอาหารหนัก แต่ควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่ "ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวในปัจจุบันต้องพบกับความเร่งรีบในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา ซีเรียล โฮลวีท จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน ได้อย่างค่อนข้างลงตัว เนื่องจากธัญพืชโฮลวีท ผ่านกระบวนการผลิตที่ขัดสีน้อย มีเยื่อหุ้มเมล็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งต่างจากธัญพืชที่ขัดสีออกไปแล้วส่วนใหญ่ก็จะเหลือเป็นคาร์โบไฮเดรต ซีเรียล โฮลวีท มีเส้นใยอาหารสูง อีกทั้งอุดมไปด้วยวิตามิน ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ และมีแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งใยอาหารเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับถ่าย เมื่อรับประทานซีเรียลที่ทำจากโฮลวีทเป็นอาหารเช้า จะทำให้ร่างกายย่อยอาหารอย่างช้าๆ และค่อยๆ ปลดปล่อยพลังงานออกมา ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานต่อเนื่องจนถึงมื้อกลางวัน ทำให้มีสมาธิในการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ โฮลวีทเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ควรกินควบคู่กับนมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย ซึ่งจะค่อยๆ ย่อยเป็นพลังงานออกมา ทำให้อยู่ท้องได้นานกว่าและช่วยลดการกินอาหารจุกจิกระหว่างวัน นอกจากนี้ โฮลวีทยังสามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้แก่ โรคหัวใจ เพราะโฮลวีทมีไฟเบอร์สูงทำจากข้าวสาลีอบแห้ง ซึ่งจะมีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสสูง สารอาหารพวกนี้จะช่วยในการบำรุงหัวใจ โรคความดันโลหิต เพราะอาหารประเภทธัญพืช และโฮลวีทมีโซเดียมน้อยจะช่วยลดภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานชนิดที่สอง การกินอาหารประเภทธัญพืช จะช่วยลดและรักษาระดับน้ำตาลได้โดยการชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตเข้าสู่กระแสเลือด ได้อีกด้วย โรคท้องผูก ด้วยการได้รับสารอาหาร ที่มีไฟเบอร์สูง เนื่องจากกากใยอาหารจะเป็นตัวช่วยในระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี
1. เป็นแหล่งของเหล็ก - ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮีโมโกบินในเม็ดเลือดแดง
2. เป็นแหล่งของไนอะซิน - ช่วยให้เยื่อบุทางเดินอาหารและผิวหนังอยู่ในสภาพปกติ
3. วิตามินบี 1 สูง - ช่วยในการทำงานของระบบประสาท
4. วิตามินบี 2 สูง - ช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจาก คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
5. โฟเลตสูง – เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง
ผักและผลไม้มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายของเรายิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารที่ช่วยในการย่อยและระบบขับถ่าย ยิ่งไปกว่านั้นสีสันของผักและผลไม้ต่าง ๆ ยังมีประโยชน์ อย่างที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าสีของผักและผลไม้จะไปมีประโยชน์ได้อย่างไรกัน? ในความเป็นจริงแล้วสีสันสวยงามในพืชผักและผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นสีแดงสดใสในมะเขือเทศ สีเหลืองเปล่งปลั่งในมะม่วงสุก สีส้มเข้มข้นในแครอท หรือแม้แต่ผักต่าง ๆ ที่มีสี เขียวสด นอกจากจะช่วยให้เรามีความรู้สึกว่าอาหารนั้นมีหน้าตาน่ารับประทานและมีรส ชาติเอร็ดอร่อยแล้ว สีสันที่ว่านี้ยังมีคุณประโยชน์และมีบทบาทมากพอ ๆ กับวิตามินเลยทีเดียว วันนี้คุณทานผักกันหรือยังจ๊ะ

232 หมู่ 3 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 50230
E-mail: Sansaran_clubhouse@hotmail.com
Tel: 053-019373 , 089-7593779 ( คุณพั้น)
COPYRIGHT 2012 SANSARAN CO.,LTD. ALL RIGHTS RESERVED | DESIGN & INSPIRATION BY CMZONE.COM.