TH | EN
จักรยาน ถือว่าเป็นพาหนะที่เหมาะในยุคนี้ เพราะมีคุณสมบัติ 3 ส. คือ สะดวก สิ้นเปลืองน้อย และ สุขภาพดี (คุ้ม คุ้ม แต่ทุกวันนี้ในเมืองไทย ยังไม่ค่อย เห็นใครเอาปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย หรือแม้แต่การใช้เป็นพาหนะเดินทางระยะใกล้ๆ กันเลย การปั่นจักรยานมีประโยชน์ทำให้กล้ามเนื้อขา โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาหน้าและหลังมีความแข็งแรง เป็นการยืดเส้นยืดสาย โดย เฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณเอว สะโพก ทำให้ป้องกันปัญหาปวดกล้ามเนื้อขาได้ นอกจากนี้ ยังช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ลดอัตราการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี และหากเราออก กำลังกายด้วยการปั่นจักรยานอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้หัวใจแข็งแรง กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดีขึ้น

การ ปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ช่วยอย่างมากต่อการไหลเวียนของ เลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ซึ่งนั่นก็เท่ากับช่วยให้หัวใจของเราแข็งแรงไปด้วย ที่สำคัญคือตะกรันไขมันที่จับอยู่ตามเส้นเลือดของเราก็พลอยจะถูกกำจัดออกไป ด้วย จึงสามารถป้องกันภาวะเส้นเลือดตีบตันได้อีกทางหนึ่ง ส่วนอวัยวะอื่นๆ ก็ไม่ต้องพูดถึง ย่อมส่งผลดีไปด้วยโดยเฉพาะปอด ปั่น จักรยาน นอกจากจะทำให้เราผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยให้ระบบหายใจแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนเพื่อนำไปสร้างเม็ดเลือดขาวใน กระแสเลือดได้ดีขึ้น และส่งผลให้เราอารมณ์ดีจากการเพิ่มของระดับฮอร์โมนแอนเดอร์ฟินอีกด้วย

ปั่นจักรยานลดความอ้วน

การปั่นจักรยานให้ผลลัพธ์ที่ดีมากเพราะเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก หากทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่องจะช่วยเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อช่วงขาเท่านั้นแต่ยังรวมถึงหน้าท้อง ก้น และหากใช้อุปกรณ์บางอย่างเพิ่มจะช่วยบริหารแขนได้ด้วยเพียงแค่มีแท่งยกน้ำ หนัก 1 คู่ ที่หนักไม่มากก็เพียงพอแล้ว

การปั่นจักรยานนั้นดีกว่าการวิ่งเพราะจะไม่ส่งผลกระทบกับข้อเท้า หัวเข่า และหลัง คุณอาจเริ่มจากการปั่นแบบช้า ๆ โดยไม่มีแรงเสียดทานหรือเรียกว่าขั้นพื้นฐาน แล้วค่อยเพิ่มความเร็วในการปั่นและน้ำหนักที่แป้นถีบมากขึ้นเหมือนปั่นขึ้นเขา และเช่นเดียวกันกับการออกกำลังกายทุกประเภท เคล็ดลับที่จะบริหารร่างกายให้ได้ผลก็คือ ทำทุกวันบ่อย ๆ แม้จะใช้เวลาไม่มากก็ตาม

วิธีการปั่นจักรยานลดความอ้วน

• อบอุ่นร่างกาย - ปรับที่นั่งให้สูงพอที่จะเหยียดขาเวลาปั่นได้ เมื่อวางเท้าบนแป้นขนานกับพื้นหัวเข่าจะต้องทำมุม 10-15 องศา ถ้าที่นั่งอยู่ต่ำเกินไปจะทำให้รู้สึกเหนื่อยมากขึ้นและทำให้หัวเข่าต้อง ออกแรงมากกว่าปกติ ถ้าอยู่สูงเกินไปทำให้ต้องเคลื่อนไหวส่วนอุ้งเชิงกราน ทำให้หลังส่วนล่างต้องรับน้ำหนักมากที่จับสามารถปรับระดับได้ ขั้นแรกเริ่มจากระดับ “สูง” ก่อนวางมือทั้งสองข้างขนานกันบนที่จับจากนั้นค่อยลดระดับลงเพื่อเพิ่มความ โค้งให้แผ่นหลัง
• ความเร็วและแรง - ถ้าคุณ ยังไม่ชินเริ่มจากการปั่นแบบธรรมดาที่ความเร็ว 60 รอบต่อนาที (1 รอบต่อวินาที) นาน 10 นาที จากนั้นเริ่มปรับให้ชันมากขึ้น ปั่น 10 นาที สลับกลับไปที่แบบธรรมดาอีก 10 นาที ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 3 ครั้ง 3 วัน เป็นเวลา 3 อาทิตย์ ก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมถัดไป
• เมื่อเริ่มชำนาญมาก ขึ้นแนะนำให้เริ่มปั่น 80-90 รอบต่อนาที สลับกับแบบธรรมดา 15 นาที และแบบชัน 15 นาที และแบบธรรมดา 15 นาที ทำ 3-4 ครั้งต่ออาทิตย์ อย่างน้อย 3 อาทิตย์ก่อนที่จะเข้าโปรแกรมที่สูงขึ้นต่อไป หลังจากชินกับระดับ ต่าง ๆ แล้ว ลองเปิดเพลงเพื่อกำหนดความเร็วสำหรับการปั่นแบบธรรมดาและแบบชัน ในขั้นนี้อาจสลับด้วยการเดินได้และเพิ่มเวลาขึ้นอีก 2 อาทิตย์

วิธีการขี่ให้ถูกต้อง

ให้ถีบหรือซอยขาด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาที พยายามถีบให้ขาซอยคงที่ขนาดนี้ ถ้ามีทางขึ้นเนินลงเนิน ก็ค่อยสับเกียร์ต่ำเกียร์สูงตามไปอีกที คือพยายามปรับการซอยให้คงที่อย่างที่ว่าไว้ ไอ้รอบซอยขาคงที่ขนาดนี้ นักจักรยานฝรั่งเขาเรียกว่า ‘เคเดนซ์’ หรือ cadence แปลตรงตัวว่า จังหวะเคาะตอนเล่นดนตรี ในที่นี้คงหมายถึงการทำอะไรให้เป็นจังหวะคงที่สำหรับพวกเราๆ เอาเป็นว่าพยายามซอยขาให้คงที่ด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาทีที่ว่านี้ก็แล้วกัน

ตอนเริ่มใหม่ๆ ถีบไปสัก 20 นาทีก็พอ แล้วพักจนชีพจรกลับมาเป็นปกติ แล้วก็เริ่มซอยขาใหม่ต่ออีกจนคุณรู้สึกเหนื่อยแบบสบายๆ คือเหนื่อย แต่ไม่ใช่เหนื่อยจนเดินไม่ได้ หัวใจแทบจะเต้นออกมานอกอกหล่นไปกองกับพื้น อย่างนี้ใช้ไม่ได้ มันเหนื่อยเกินไป เอาแค่เหนื่อยไม่มากก็เป็นพอ ความเร็วเฉลี่ยที่ฝรั่งเขาทำได้กัน แต่คนไทยเราโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังมานาน ก็อย่าได้เผลอไผลยึดข้อมูลนี้เป็นบรรทัดฐานในการฝึกเป็นอันขาด ทางที่ดีควรจะลองขี่ไปลองจับชีพจรไป ก็จะรู้ได้ว่าแค่ไหนจึงจะได้ 75-80% ของอัตราหัวใจเต้นสูงสุดของตัวเอง

ระยะเวลาในการปั่น

พยายามให้เหมือนกับการคาร์ดิโอทั่วไป อยู่ที่ ครั้งไม่ต่ำกว่า 40 นาที 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ค่ะ การขี่จักรยานโดยเฉลี่ยจะใช้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี/ชม. ซึ่งการใช้พลังงานขนาดนี้ถ้าทำสม่ำเสมอก็จะสามารถลดความอ้วนได้ดีอีกด้วย หลายคนอาจจะสงสัยว่าปั่นจักรยานแล้วขาจะโตหรือป่าว

จริงหรือเปล่าปั่นจักรยานแล้วขาโต?

หลายคนที่กำลังคิดจะหาจักรยานมาปั่นออกกำลังกาย คงต้องคิดหนักแน่ค่ะเพราะ ส่วนใหญ่อาจจะฟังมาจากเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ อีกที โดยไม่รู้ว่าความจริงนั้นมันเป็นอย่างไร บางคนพอได้ฟังจากเพื่อนหรือคนรู้จัก บอกว่าอย่าไปปั่นจักรยานนะเดี๋ยวน่องจะโต ไม่รู้ว่าเขาเหล่านั้นไปได้ยินมาจากไหน ส่วนตัวแล้ว มันเป็นความคิด ที่ปิดกั้นตัวเองมากเกินไป ยังไงแล้วคุณควรหาข้อมูลไห้ละเอียดก่อน เพราะว่าการออกกำลังกาย ไม่ว่าชนิดไหนก็ตามจะทำให้ร่างกายของเรา มีสัดส่วนกระชับ เพราะมันจะช่วยลดไขมันส่วนเกิน สังเกตง่ายๆ ค่ะ ร่างกายส่วนไหนที่ใช้งานบ่อยๆ จะไม่ค่อยมีไขมันสะสมในจุดนั้นค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นข้อมือ และข้อเท้า ในจุดนี้สังเกตได้ง่ายมากค่ะ โดยการลองจับที่ผิวหนังตรงจุดนั้นบีบ แล้วดึงขึ้นมา จะเห็นได้ว่า มันจะบางกว่า ตรงส่วนต้นแขน และต้นขาของเรา ในชีวิตประจำวันต้องเดิน ต้องหยิบจับอะไรต่อมิอะไร บ่อยๆ ทำให้ร่างกายตรงส่วนดังกล่าวได้ทำงานเป็นประจำ ส่งผลให้ร่างกายส่วนนั้น แข็งแรง และกระชับกว่าส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

รูปร่างสวยด้วยการปั่นจักรยาน

เช่นเดียวกับการที่เราออกกำลังกายไม่ว่าจะเล่นกีฬา ชนิดไหนมันก็มีผลดีกับร่างกายของเราทั้งนั้นค่ะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลค่ะ ว่าถ้าหากเราจะหาซื้อจักรยานสักคัน หรือจะไปปั่นตามฟิตเนส ปั่นเพื่อออกกำลังกาย แล้วกลัวว่าน่องจะโต อันนี้ไม่เป็นความจริง แต่ตรงกันข้าม การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน จะทำให้น่อง และต้นขา กระชับเข้ารูป ได้สัดส่วนสวยงาม ไม่มีไขมันเซลลูไลท์ สะสม บริเวณต้นขา (ที่เป็นลอนๆ เหมือนคลื่น ตะปุ่มตะป่ำ) ดังนั้นไม่ต้องกังวล การปั่นจักรยาน ถ้าทำอย่างจริงจังสามารถเผาผลาญไขมันได้ 500 – 1000 kcal ต่อชั่วโมงเชียวนะมากน้อยแล้วแต่ความเร็วการปั่น ความหนืด ความชัน และแนะนำให้ปั่นอย่างน้อย 40 นาที อยากทราบว่าการออกกำลังกายแบบไหนเบิร์นได้เท่าไหร่ มาดู 20 สุดยอดการออกกำลังกายที่ช่วยในการเผาผลาญ กันค่ะ




232 Moo 3 T.Nongkway A.Hangdong Chiang Mai 50230
E-mail: Sansaran_clubhouse@hotmail.com
Tel: 053-019373 , 089-7593779 ( khun punch )
COPYRIGHT 2012 SANSARAN CO.,LTD. ALL RIGHTS RESERVED | DESIGN & INSPIRATION BY CMZONE.COM.